3 วิธีใช้ SK II facial treatment essence ในแบบที่คุณผู้หญิงคาดไม่ถึง

3 วิธีใช้ sk 2 facial treatment essence ในแบบที่คุณผู้หญิงคาดไม่ถึง

ใกล้ปีใหม่เข้ามาทุกที ๆ เรียกได้ว่าเป็นโอกาสพิเศษที่ไม่ได้มีมาบ่อย ๆ เชื่อว่ากำลังมองหาของขวัญสุดพิเศษอย่างเช่น SK II เพื่อมอบให้กับคนที่คุณรัก ลองถามตัวเองสิว่า หากมีคนซื้อ SK II facial treatment essence เป็นของขวัญปีใหม่มอบให้เรา เราจะดีใจขนาดไหน ยิ่งถ้าเป็นรุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น อย่าง SK II facial treatment essence Suminagashi Limited Edition ด้วยแล้ว ก็คงดีใจสุด ๆ ไปเลย เพราะว่าเป็นลวดลายที่ได้ทำขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ Suminagashi คือ ศิลปะในการหยดหมึกเป็นลายหินอ่อนของญี่ปุ่น ซึ่งบ่งบอกถึงความเป็นเอกลักษณ์ เพราะไม่มีหยดหมึกใดถูกผิด เปรียบเปรยเหมือนกับผู้หญิงเรา ที่สามารถกำหนดอนาคตผิวได้ด้วยตัวเอง

จริง ๆ แล้วผู้หญิงส่วนมาก เวลานึกถึงการบำรุงผิว ก็จะคิดถึงแต่ SK II มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ เซรั่ม แต่มักจะมองข้ามสเต็ปสำคัญก่อนหน้าอย่างการบำรุงผิวหน้าด้วย เอสเซนส์ ไป การใช้ เอสเซนส์ นี่เป็นขั้นตอนสำคัญของการบำรุงผิวให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดเลยนะ

ฉะนั้น วันนี้แพรวจะมานำเสนอวิธีปรนนิบัติผิวหน้าให้สวยกระจ่างใส เฉิดฉายก่อนเข้าสู่ปีใหม่ด้วย SK II facial treatment essence  กับเคล็ดลับ 3 วิธีใช้ให้ได้ประสิทธิภาพและคุ้มค่า เพื่อคนที่ได้รับของขวัญ ได้ทดลองทำตามกันค่ะ

วิธีการที่ 1 : ใช้เป็นมาสก์เพื่อการฟื้นบำรุงผิวแบบเร่งด่วน

โดยทำการหยด SK II facial treatment essence ลงไปบนแผ่นมาส์กเปล่าให้ชุ่ม แล้วแช่แผ่นมาส์กทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วจึงนำมามาส์ก

วิธีการที่ 2 : ทำเป็นสครับริมฝีปาก

โดยผสมน้ำตาลทราย น้ำผึ้ง และปิโตรเลี่ยมเจลเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นก็หยด SK II facial treatment essence ประมาณ 4-5 หยด แล้วนำมาสครับที่ริมฝีปากเบา ๆ และทิ้งไว้ 2 นาที แล้วเช็ดออก วิธีนี้นอกจากจะเป็นการเอาเซลล์ผิวที่ตายออกไปแล้ว ริมฝีปากเราจะยิ่งนุ่ม ดูอิ่มน้ำ ทำให้ทาลิปสติกง่ายขึ้นอีกเยอะ หนาวนี้ก็ไม่ต้องกลัวที่ปากจะลอกอีกต่อไป

วิธีการที่ 3 : หยดลงไปผสมกับบลัชออน เพื่อทำให้มีความติดทนและเป็นธรรมชาติ

ถ้าสาว ๆ มีบลัชออนสีโปรดตกแตกละเอียด อย่างเพิ่งทิ้งนะคะ ลองหยิบมาผสมกับ SK II facial treatment essence แล้วทาบนแก้ม จะช่วยให้สีแก้มดูระเรื่อและเป็นธรรมชาติ เหมือนเวลาโดนอากาศเย็น ๆ แล้วมีเลือดฝาด ๆ และยิ่งช่วงหน้าหนาว อากาศเย็น ๆ ปลายปีแบบนี้ การแต่งหน้าอาจเป็นเรื่องยากเพราะหน้าแห้ง ลองใช้ เอสเซนส์ ก่อนแต่งหน้า นอกจากจะช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้นแล้ว ยังทำให้เครื่องสำอางติดทนนานอีกด้วย ไม่ลอกเป็นคราบเป็นขุยระหว่างวัน

และถ้าคุณมี SK II facial treatment essence อยู่บนโต๊ะเครื่องสำอางอยู่แล้ว ก็ลองหยิบ 3 วิธีนี้ที่เราได้แนะนำไปมาลองใช้กันดู แล้วก็อย่าลืมแบ่งปันเคล็ดลับความสวยแบบนี้ให้คนที่คุณแคร์ เพื่อกำหนดโชคชะตาผิวของคุณและคนที่คุณรักในอนาคตไปพร้อม ๆ กัน ด้วยส่วนผสมจาก พิเทร่า™ เข้มข้น ช่วยฟื้นฟูบำรุงผิวให้สวยกระจ่างใสดุจคริสตัล

 

10 เคล็ดลับในการแต่งหน้าสำหรับสาว ๆที่ขี้เกียจแต่งหน้า

10 เคล็ดลับในการแต่งหน้าสำหรับสาว ๆที่ขี้เกียจแต่งหน้า

ผู้หญิงก็ไม่ได้ขยันแต่งหน้ากันตลอด หรือทุกวันนะเธอ แต่เราต้องแต่งเพื่อลดภาระทางสายตาของคนอื่น ที่จะต้องมาเห็นหน้าสดโทรมๆ ของเราอีกต่างหาก ในบางวันเราก็ไม่ค่อยที่จะอยากแต่งหรอกหน้าอ่ะ แต่ใต้ตาแพนด้าเราก็มาไง สิวเราก็ขึ้นอ่ะ แล้วไหนจะรอยดำรอยแดงจากสิวอีก ไม่แต่งไม่ได้หรอก!

 

เพราะว่าเราไม่แต่งหน้าไม่ได้ไงค่ะ เราเลยต้องหาวิธีในการแต่งหน้ามาฝาก ให้สาวๆ ได้มีวิธีแต่งหน้าแบบกันตาย ในวันที่ขี้เกียจแต่งหน้า ให้แต่งหน้าได้ออกมาดูดี และดูเป็นธรรมชาติ แต่สามารถประหยัดเวลาที่สุด และไม่อยากให้รอช้า ไปดูกันเลยดีกว่า ว่ามีเคล็ดลับวิธีแต่งหน้าให้ดูดี ในวันขี้เกียจแต่งหน้า ยังไงกันบ้าง? <3

 

1.ทารองพื้น และคอนซีลเลอร์

งานผิวสวย ต้องมาก่อนอันดับแรกนะคะ และเพื่อประหยัดเวลา เราจะใช้วิธีลงรองพื้นให้ทั่วไบหน้า แล้วค่อยๆใช้คอนซีลเลอเนี่ยสำหรับปกปิดรอยสิวและสิวทั้งหลาย แค่นี้ก็จะได้ผิวสวยแบบที่ไม่ต้องแต่งเต็มแล้วค่ะ

 

2.ลงไพรเมอร์ก่อนลงรองพื้น

หรืออยากผิวดีแบบเร่งรัด ก็ให้สาวๆ ใช้ฟองน้ำสำหรับแต่งหน้าซับไพรเมอร์แล้วก็เอามาเกลี่ยให้ทั่วใบหน้า เพื่อให้รูขุมขนของเราดูกระชับ และปิดรอยสิวก่อน หลังจากนั้น ก็ค่อยลงรองพื้น แค่นี้ก็ช่วยให้ได้ผิวหน้าเด้งๆ แล้วจ้า

 

3.อย่าลืมลงแป้งฝุ่น

และไม่ว่าสาวๆ จะเลือกวิธีไหนในการแตรียมผิว หลังจากลงรองพื้นแล้ว ห้ามที่จะลืมลงแป้งฝุ่นก่อนที่จะแต่งหน้าเด็ดขาดนะคะ เพื่อป้องกันหน้ามัน และยังช่วยให้รองพื้นติดทนนาน ผิวหน้าดีกันทั้งวันไปยาวๆ เลยค่า

 

4.ลงอายแชโดว์และปัดแก้ม

หลังจากเตรียมผิวหน้าแล้ว สิ่งที่สาวๆ ต้องแต่งเพื่อให้ใบหน้าดูสวยแบบใสๆ ก็คือลงสีตาและสีแก้ม ให้ดูสดใสค่ะ โดยสีตาจะเน้นให้เป็นสีธรรมชาติอ่อนๆ อย่างโทนสีพีช หรือสีน้ำตาลอ่อน ๆก็ได้ทาให้ทั่วเปลือกตา สีแก้มก็ให้ดูเป็นสีชมพูธรรมชาติ อย่างสีกุหลาบค่า

 

5.ปัดแก้มพร้อมคอนทัวร์

นี่คือ การปัดแก้มเพื่อให้หน้าดูเรียว แบบที่ไม่จำเป็นต้องคอนทัวร์หน้าค่า ประหยัดเวลาคอนทัวร์หน้าไปได้เยอะหน้า วิธีก็ไม่อยากค่า แค่สาวๆ ปัดบลัชออนให้ไปตามรูปของโหนกแก้มแล้วเกลี่ยให้ใต้โหนกแก้มดูฟุ้งๆ สักนิดหน่อย ก็ช่วยให้หน้าดูเรียวได้นะคะ

 

6.ลงไฮไลท์

สำหรับสาวๆ ที่ไม่อยากจะปัดบลัชออนเพื่อที่จะคอนทัวร์หน้า สาวๆ สามารถที่จะเพิ่มความฉ่ำวาวให้แก่ใบหน้า ดูสวยใสๆ ได้ด้วยการปัดไฮไลท์เป็นตัว C ตรงช่วงโหนกแก้ม หางตา และหางคิ้ว วิธีนี้จะช่วยให้หน้าดูฉ่ำวาว สุขภาพดี

 

7.ดัดขนตา

ลงสีตาอ่อนๆแล้ว ก็ต้องดัดขนตาให้ดวงตาดูสดใสเปล่งประกายนะคะ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ปัดมาสคาร่า กรีดตา แต่ถ้าเกิดว่าอยากให้ดวงตาดูกลมโตขึ้นก็ดัดขนตาให้งอนเด้ง แค่นี้ก็ช่วยให้ดวงตาดูน่ามองแล้วค่า

 

8.ใช้นิ้วมือแต่งสโมกกี้อาย

ถ้าสาวๆ คนไหนที่อยากได้ลุคแรง! ก็นี้เลยค่า เพียงแค่ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยอายแชโดว์สีดำให้ทั่วเปลือกตา ก็ได้ลุคสโมกกี้อายแบบสาวมั่น แต่อย่าลืมดัดขนตาให้งอนๆ กันด้วยนะคะ

 

9.เขียนคิ้วแบบง่ายๆ

ขี้เกียจเสียเวลากับการเขียนคิ้ว ก็ใช้มาสคาร่าเนี่ยแหละค่ะ ปัดไปตามขนคิ้วที่มีตามธรรมชาติ เพื่อเน้นให้สีคิ้วโดดเด่นขึ้นมา แค่นี้ก็ได้คิ้วที่เป็นมงกุฎของหน้าแล้วค่า

 

10.ลิปสติกสีแดง รอดทุกงาน

ทั้งลงรองพื้น แต่งหน้า ปัดแก้มกันแล้ว สีลิปสติกที่กันตายสำหรับสาวๆ ทุกคน แม้ว่าจะแต่งหน้าไม่ได้เยอะมาก แต่ก็ยังสามารถใช้สีแดง สีที่ทรงเสน่ห์สำหรับหญิงสาว ในการเพิ่มความโดดเด่นและดูดี ให้กับใบหน้าสวย แม้จะแต่งหน้าน้อยได้นะคะ

 

ครบแล้วค่ะสำหรับ 10 เคล็ดลับในการแต่งหน้า สำหรับสาวๆที่ขี้เกียจจะแต่งหน้า ให้ดูดี ดูสวยแม้ว่าจะแต่งหน้าน้อยสักแค่ไหนก็ตาม อย่าลืมเน้นลงรองพื้นให้ผิวดี ปัดสีบลัชออนให้หน้าดูเปล่งปลั่ง และลงสีลิปให้ดูโดดเด่น แค่นี้สาวๆ ทุกคนก็ดูดีได้ค่ะ <3

เครื่องสำอางโดนอายัดควรทำอย่างไร

เครื่องสำอางโดนอายัดควรทำอย่างไร

สวัสดีครับทุกท่านในบทความตอนนี้ก็ยังคงต่อเนื่องจากตอนที่ผ่านมาครับเพราะเป็นตอนที่เรานำเอาเครื่องสำอางมาจากต่างประเทศเพื่อนำเข้าประเทศเราและทางเจ้าหน้าที่เขาพิจารณาว่าเครื่องสำอางที่เราเอาเข้ามานั้นไม่ได้เป็นไปเพื่อการใช้เองแต่เป็นไปเพื่อการเอามาขายหรือเพื่อการพาณิชย์ทำให้เราจำเป็นต้องเสียภาษีในอัตราที่กฎหมายกำหนดซึ่งหากเราไม่ยอมจ่ายเจ้าเครื่องสำอางเหล่านี้กจะโดนอายัดเอาไว้จนกว่าเราจะจ่ายซึ่งถ้าหากเราเองเกิดแจ็คพ็อตโดนแบบนี้ควรที่จะทำอย่างไร

สำหรับกรณีที่ว่านี้บอกเลยครับว่าไม่ต้องทำอะไรให้ยุ่งยากมากมายเพียงแค่จ่ายเงินค่าภาษีก็เป็นอันจบครับสามารถเอาเข้าประเทศได้เลยซึ่งผมเองถือว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดและง่ายที่สุดครับเพราะค่าภาษีสำหรับเครื่องสำอางเองก็เล็กน้อยไม่ได้มากมายอะไรดังนั้นอย่ามัวเสียเวลากับเรื่องเช่นนี้เลยครับ

แต่ในกรณีที่เรายืนยันว่าเรานั้นซื้อมาใช้และซื้อมาฝากญาติพี่น้องจริงเราเองก็สามารถอ้างสิทธิ์ชี้แจงให้เจ้าหน้าที่ฟังได้แต่โดยมากมักจะไม่ได้ผลหรอกครับเพราะหากเจ้าห้าที่ลองปักใจเชื่อไปแล้วไม่มีอะไรมาโน้มน้าวได้อย่างแน่นอน

เมื่อสินค้าหรือเครื่องสำอางเราโดนยึดนั้นทางศุลกากรเขาจะมีเวลาให้เรานำเงินมาชำระค่าภาษีครับซึ่งถ้าหากว่าเราไม่มาชำระค่าภาษีเครื่องสำอางที่โดนยึดหรือโดนอายัดนั้นก็จะตกเป็นของแผ่นดินซึ่งเมือ่ถึงระยะเวลาหนึ่งทางกรมฯ เขาก็จะเอามันออกมาขายประมูลซึ่งเราเรียกกันว่าสินค้าประมูลจากท่าเรือนั่นเองครับ